Bright Lives
Bright Lives > สัตว์เลี้ยง iRecommend | หัวข้อสนทนา | ข้อมูลคำถามและคำตอบ
  หน้าหลัก
  รถยนต์
  ความงาม
  คอมพิวเตอร์ อินเตอร์เน็ท
  แฟชั่น
  บริการธุรกิจ
  กีฬา ฟิตเนส
  อาหาร เครื่องดื่ม
  สุขภาพ
  ดูดวงชะตา
  งานอดิเรก ไลฟ์สไตล์
  หาเพื่อน ความรัก
  สัตว์เลี้ยง

  88DB.com
  หัวข้อสนทนา Forum หัวข้อสนทนา
  ข้อมูลคำถามและคำตอบ Knowledge ข้อมูลคำถามและคำตอบ

Editorial:
ติดต่อลงเรื่องราว บริการของคุณผ่าน Bright Lives กรุณาส่งอีเมล์มาที่ editor@88db.co.th ทีมงานจะติดต่อกลับ ท่านอีกครั้ง

 
Lovebird
คำเกี่ยวข้องที่ใช้ค้นหา:   นก    เลี้ยงนก    bird    เลิฟเบิร์ด    สัตว์เลี้ยง    นกแก้ว


Lovebird      เลิฟเบิร์ดจัดเป็นนกสวยงาม ซึ่งมีผู้นิยม เลี้ยงกันมาก เพราะเป็นนกแก้ว ขนาดเล็กน่ารัก เสียงร้องไม่ดังมาก กินอาหาร ได้หลายประเภท และยังสามารถ เลี้ยงให้เชื่อง ติดคนได้ง่าย ปัจจุบันนี้มีการ เพาะพันธุ์นกชนิดนี้ ส่งออกนอกประเทศ รวมทั้ง มีการผสมข้าม สายพันธุ์ เพื่อให้ได้นก สีใหม่ๆ นอกจากนี้ ยังมีจัดการประกวด อยู่บ่อยครั้ง เลิฟเบิร์ด จึงยังเป็นนก สวยงามซึ่งนิยมเลี้ยง อยู่เสมอมา


ที่มาของชื่อเลิฟเบิร์ด
     บางแหล่งก็กล่าวว่า เป็นนกที่มีความรัก และความจงรักภักดีต่อคู่ของตนเอง จวบจนวันตาย จึงสามารถใช้เป็นตัวแทน ความรักยืนยงได้ แต่อีกกระแสหนึ่งกลับอ้างว่า เลิฟเบิร์ดเป็นนก ที่มีความรักมากมาย รักไปทั่ว เนื่องมาจากพฤติกรรม ทางธรรมชาติของเขา ที่มักทำรัง รวมกันเป็นกลุ่มหลายๆ สิบรัง และนกตัวผู้ก็จะมีการ จับคู่กับตัวเมีย มากกว่าหนึ่งตัวขึ้นไป เพื่อให้ได้จำนวนลูก ของตนเองมากที่สุด อายุนกที่พร้อม สืบพันธุ์ของนกชนิดนี้ เริ่มตั้งแต่ 2 - 3 ปีขึ้นไป และมีระยะเวลาฟักไข่ที่ 22 วัน


สถานที่เลี้ยง
     ควรอยู่ในที่ที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก และควรหลีกเลี่ยงที่ ที่มีลมโกรกรุนแรง หรือแดดจัด เกินไป ฝนสาดเข้ามาโดนได้ แล้วล้อมรอบด้วยมุ้งลวดอีกชั้นหนึ่ง เพื่อป้องกันยุงและแมลง และควรระวังศัตรูธรรมชาติของนก เช่น แมว หรือหนู ด้วยการล้อมรอบ โรงเรือนด้วยตาข่าย ภายในโรงเรือนควรติดสปริงเกิล เพื่อความเย็นสบาย ของนก และกระเบื้องมุงหลังคา ควรสลับกับ กระเบื้องแผ่นใส เพื่อให้โรงเรือน มีแสงส่องสว่างด้วย


ลักษณะนกเลิฟเบิร์ดที่ดี
     ลักษณะขนจะต้องเงางาม ตามีแวว สดใส ปาก ขา เล็บ ไม่ขาด ไม่แหว่ง หรือกุด ดูร่าเริง มีอาการตอบโต้ ไม่ซึม หรือยืนพองขน


อายุของนกที่เหมาะสมในการซื้อมาเลี้ยง
     ควรจะเลือกนกที่อายุยังน้อย ประมาณ 3 - 4 เดือน เนื่องจากนกที่มีอายุมาก มักจะก่อให้ เกิดปัญหา หลาย ๆอย่าง เช่น มีความก้าวร้าว เมื่อนำมารวมกับตัวอื่น ก็มักจะจิกตีกัน ส่วนอีกข้อคือ นกที่เจ้าของเก่าปลดทิ้ง เนื่องจากแก่เกินไป นกมีปัญหา ก็จะอยู่กับเราได้ไม่นาน



ข้อควรระวังในการเลือกซื้อ
     ควรหลีกเลี่ยงร้านค้า ที่มีสัตว์เลี้ยงหลาย ๆ ชนิด รวมกันมาก ๆ และอยู่ปะปนกับ Lovebirds เพราะนกอาจจะติดเชื้อ จากสัตว์เหล่านั้นได้ เพราะฉะนั้น จึงควรเลือกซื้อ จากฟาร์ม Lovebirds โดยตรง หรือร้านค้าที่มีการจัดสรรที่ดี แยกสัตว์แต่ละชนิดเป็นสัดส่วน ไม่ปะปนกัน และที่สำคัญ คือ ควรพิจารณาดูภายในกรง ที่ใส่น้ำ อาหาร รวมถึงถาดรองมูลนก ให้สะอาดพอสมควร


ปัญหาในการเลี้ยงที่พบบ่อย ๆ

1. ตาเจ็บ - นิ้วกุด - ปากเปื่อยหรือ "กลุ่มอาการโรคตาเจ็บในนกเลิฟเบิร์ด"

     เป็นปัญหา ที่พบได้บ่อยๆ ในนกเลิฟเบิร์ดที่เลี้ยงในระบบฟาร์ม หรือฝูงขนาดใหญ่ สาเหตุสำคัญคือ "ความเครียด" อาจจะเนื่องมาจากกรงคับแคบ และมีความแออัด การระบายอากาศ ที่ไม่ดี จึงร้อนหรือเย็นเกินไป หรือมีลมโกรกตลอดเวลา หรือไม่มีการ กักโรคนกตัวที่ซื้อเข้ามาใหม่ เมื่อซื้อมาแล้วก็ปล่อยเข้าฝูงทันที จึงรบกวนนกมากเกินไป รวมถึงการให้อาหาร ที่ไม่เหมาะสมกับนก

2. เชื้อราในทางเดินอาหาร

     ในนกเด็กที่ยังต้องป้อนอาหาร (ไม่เกิน 3 เดือน) ปัญหานี้เกิดจากอาหาร ซึ่งป้อนให้ไม่อุ่น และที่อยู่อาศัย มีอากาศเย็นเกินไป ทำให้อุณหภูมิ ตัวลูกนก ลดต่ำลงตามไปด้วย และภูมิคุ้มกันตนเองก็ลดลง ส่วนอาหารทิ้งไว้จนเย็น ก็มักมีเชื้อรา จากสิ่งแวดล้อม เมื่อป้อนให้นกกินเท่ากับ เติมเชื้อราลงในลูกนก เชื้อราจะเข้าไปเคลือบ ทางเดินอาหาร ตั้งแต่หลอดอาหาร จนถึงกระเพาะอาหารทีเดียว ส่งผลให้ไม่สามารถ ดูดซึมอาหารได้ ลูกนกจึงกิน และตอบสนอง ต่อการกินได้ดี แต่ผอมลงเรื่อย ๆ และมีอาเจียน ออกมา เป็นน้ำเหลืองๆ เหนียวๆ เหม็นๆ บ้างบางครั้ง จำเป็นต้องรีบพบแพทย์

     นกโตเต็มวัยที่กินอาหารได้เองแล้ว (3 เดือนขึ้นไป) นกได้รับเชื้อราจากอาหาร โดยการกินเมล็ดพืช ที่คุณภาพต่ำ มีเชื้อราเจอปนอยู่ สังเกตได้จาก การที่นกกินแต่เมล็ดพืช แต่อุจจาระที่ออก มีกลับมีสีเขียวเข้ม เหมือนสีใบไม้ซึ่งปรกติ อุจจาระนก ควรมีสีเดียวกับ อาหารที่กินเข้าไป และนกก็ดูผอมลงเรื่อยๆ ถึงแม้ว่า ยังร่าเริงอยู่ ภาวะนี้ไม่ทำให้ นกตายเฉียบพลัน แต่ทำให้สุขภาพนก ค่อยๆ เสื่อมโทรม ลงเรื่อยๆ อาจจะกินเวลาเป็นปี เมื่อเราพบอาการป่วย ก็ช่วยเหลือไม่ทันแล้ว ดังนั้นควรเลือก เมล็ดพืชที่สดใหม่ และเสริมผลไม้ ให้นกของเราบ้างนะคะ

3. ไข่ค้าง

     มักพบในนกเพศเมียที่ไข่มากหลายๆ ฟองติดต่อกันหลายๆ ครอก จนร่างกาย ขาดแคลเซียม ที่จะไปช่วย การบีบตัวของท่อนำไข่ ควรมีการบำรุงเสริมผลไม้ และแคลเซียม ในช่วงก่อน ถึงฤดูผสมพันธุ์ ส่วนแม่นกสาว ก็ไม่ควรใช้นกที่เล็ก เกินกว่าสองปี เพราะโครงสร้าง ร่างกาย ไม่พร้อมสำหรับการออกไข่

ถ้าเลี้ยงนกแล้วเกิดปัญหาดังกล่าวจะทำอย่างไร ?
     ขั้นแรกถ้าพบปัญหา ต่ำว่าหกชั่วโมง ก็ต้องรอไปก่อน แต่ถ้ามากกว่านี้ ต้องไปหาสัตวแพทย์ และอาจต้องเอ็กซเรย์ เพื่อดูขนาด ของเปลือกไข่ และท่าทางการวางตัวของไข่ ซึ่งมักพบว่าไข่มีขนาดใหญ่มาก หรือวางตัวขวางทางออก คุณหมอก็มัก วางยาซึมนก สักเล็กน้อย บีบเปลือกไข่ให้แตกและค่อยๆ คีบเศษเปลือกไข่ออกมา


         สัตว์เลี้ยงทุกชนิด จะมีความเป็นอยู่อย่างไร ก็ขึ้นอยู่กับผู้เลี้ยงนะคะ หันมาใส่ใจ ดูแลสัตว์เลี้ยง ของเราอย่างจริงจังกัันนะคะ




บริการด้านสัตว์เลี้ยง .. คลิกที่นี่
 
  • การแพ้วัคซีนในสุนัข
  • เลี้ยง ROTTWEILER แบบเยอรมัน
  • Pedigree
  • Lovebird
  • เม่นแคระ
  • การเลี้ยงสุนัขพันธุ์ใหญ่
  •  
    iRecommend | หัวข้อสนทนา | ข้อมูลคำถามและคำตอบ
    Bright Lives