จะว่าไปนักจิตวิทยาเขาบอกว่าไม่ใช่เรื่องแปลก ที่คนเราจะควบคุมนิสัยการช้อปปิ้งของตัวเองได้ยากมาก ผลสำรวจของนิตยสาร The Marketeer ที่สำรวจสาวไทยวัยทำงานอายุระหว่าง 21-29 ปี เกี่ยวกับค่านิยม ความเชื่อ และวิถีการดำเนินชีวิต ได้ผลสรุปมาข้อหนึ่งที่ค่อนข้างน่าสนใจว่า กลุ่มที่ใหญ่ที่สุดมีคะแนนนำลิ่วมาได้แก่ กลุ่มสาวทำงานยุคใหม่ ที่มีลักษณะเด่นคือ เป็นพวกบ้างาน ส่วนหนึ่งเพราะกลัวความไม่มั่นคง และมักจะทำงานหนักเพื่อหาเงินมาปรนเปรอความสุขให้กับตัวเอง ค่อนข้างเป็นวัตถุนิยม และมักจะหาทางผ่อนคลายความเครียด ด้วยการจับจ่ายซื้อของจนกลายเป็นนิสัย
หนังสือนิยายขายดีเรื่อง The Secret Dreamworld of a Shopaholic เขียนโดยนักข่าวสาวอย่าง โซฟี คินเซลลา หรือเวอร์ชั่นที่แปลเป็นไทยว่า คำสารภาพของสาวนักช้อปฯ ที่แปลโดยคุณพลอย จริยะเวช ได้ขุดคุ้ยแคะ เอารูปแบบการใช้ชีวิตสาวสมัยใหม่ที่ใฝ่ใจการช้อปปิ้งแก้กลุ้ม ออกมาตีแผ่อย่างสนุกสนานปนความสะใจ ซึ่งสะท้อนความเป็นจริงของไลฟ์สไตล์สาว ๆ ยุคปัจจุบันอย่างถึงกึ๋น ที่หนังสือขายดิบขายดี ก็คงเป็นเพราะเนื้อหาคงไปจี้ใจดำใครหลาย ๆ คนอยู่กระมัง
อาการประเภทที่ว่า ฉันรู้สึกเครียดจังวันนี้ งานก็เยอะ เจ้านายก็บ่นทั้งวัน กลับบ้านเร็วก็เหงาน่าเบื่อ เลิกงานทั้งทีขอไปเดินห้าง(สรรพสินค้า)ให้เย็นใจดีกว่าครั้งพอไปเดินเห็นเสื้อผ้าถูกใจ ราคาพอสู้ไหว ถึงเงินสดไม่มีเครดิตการ์ดที่ทำไว้ตั้งหลายใบก็ยังพอจ่าย...ว่าแล้วก็ซื้อมันซะเลยสะใจดี พอเดินไปอีกก้าวเห็นรองเท้าคู่ที่หน้าตาสวยไม่เลว มันช่างเปล่งประกายเหมือนรอให้เราเป็นเจ้าของอยู่พอดี... อย่ากระนั้นเลย.... ซื้อมันไปให้เป็นเพื่อนกับรองเท้า เสื้อผ้าที่มีอยู่เต็มบ้านเสียดีกว่า แล้วก็...เอ้า...ซื้อซะ (อีกแล้ว)
ลองมาดูว่าพฤติกรรมการช้อปฯ ที่ผ่าน ๆ มาของคุณนั้นเข้าข่ายผิดปกติแล้วหรือยัง หากคุณตอบว่า ใช่ เกินครึ่ง ของคำถามต่อไปนี้นั้น ก็คงพอฟันธงลงไปได้ว่าคุณเริ่มเข้าข่ายเป็น นักช้อปฯ ไร้สติเสียแล้วล่ะค่ะ คุณคงต้องรีบหาทางจัดการเยียวยาตัวเองก่อนบัญชีคุณจะบานปลายไปกว่านี้
- คุณยังไม่ใช้ของที่ตัวเองซื้อมา ยอมรับมาซะดี ๆ ว่ามีบางชิ้นที่คุณยังไม่แกะออกจากห่อเลยด้วยซ้ำ
- ยอดเครดิตการ์ดกี่ใบ ๆ ที่คุณมีต่างก็เฉียดเต็มเพดานอยู่รอมร่อแล้ว
- คุณมักจะเอาของที่ซื้อมาแล้วไปเปลี่ยนหรือคืนที่ร้านเป็นประจำ
- ตอนแรกที่ซื้อของมาคุณก็มักจะรู้สึกดีอยู่หรอก แต่พอเวลาผ่านไปคุณมักรู้สึกผิดที่ใช้เงิน พาลให้รู้สึกแย่ ๆ กับนิสัยนี้ของตัวเองเป็นประจำ
- คุณไม่กล้าบอกสามีหรือเพื่อนว่าคุณไปช้อปปิ้งมา
- คุณเลือกที่จะไปช้อปปิ้งแทนการนัดเพื่อนหรือไปงานที่มีคนเชิญมาเสมอ
- หากวันไหนคุณไม่ได้ไปซื้อของ คุณมักจะกระวนกระวายและรู้สึกร้อนรุ่ม
- คุณรู้สึกดีมาก ๆ หากพนักงานขายพูดจาดี ๆ กับคุณ และจะรู้สึกเศร้าหากพนักงานพวกนั้นไม่ต้อนรับคุณด้วยดี
- เมื่อไหร่ที่คุณรู้สึกแย่กับอะไรก็ตาม คุณจะรู้สึกอยากออกไปช้อปปิ้งเพื่อหาความสุขเล็ก ๆ น้อย ๆ
- คุณมักจะไม่เคยกะการล่วงหน้าว่าจะซื้ออะไร แต่ชอบที่จะไปเดินดูแล้วค่อยหยิบของที่อยากได้ในขณะนั้น
แม้ว่าการช้อปปิ้งจะทำให้คุณสบายใจจนคุณเผลอ เสพการช้อปปิ้ง โดยไม่รู้ตัว เราคงได้แต่เตือนกันให้คุณรู้จัก บันยะบันยังบ้างตามสภาพเศรษฐกิจและความเป็นจริงที่หนีไม่พ้นนะคะ เพราะถึงอย่างไรการเก็บออมเงินไว้ใช้จ่ายในยามที่จำเป็นก็เป็นเรื่องสำคัญที่สุดอย่างหนึ่งในชีวิต นักจิตวิทยาได้รวบรวมคำแนะนำดี ๆ สำหรับเยียวยานิสัยโรคนักช้อปเอาไว้ให้แล้ว ลองทำตามดูก็คงไม่เสียหลาย เผื่ออะไร ๆ จะดีขึ้น ดังนี้ค่ะ
- ก่อนออกไปช้อปปิ้ง ทำรายการของที่ตั้งใจจะซื้อจดใส่กระดาษให้ชัดเจน และซื้อของเฉพาะ
ที่อยู่ในรายการเท่านั้น อย่าออกนอกรายการเด็ดขาด
- เลือกเดินคนเดียว เพราะหากไปกับเพื่อน คุณจะมีโอกาสถูกลูกยุได้สูง
- เมื่อไหร่ที่เกิดไปปิ๊งของแพงหูดับ จนแทบจะอดใจไม่ได้ อยู่รอมร่อ จงหยุด และให้เวลาตัดสินใจกับตัวเองสัก 24 ชั่วโมง แล้วเดินออกจากร้านไปก่อน คุณจะจัดการ กับอารมณ์อยากได้ของตัวเอง ได้ดีขึ้นมากอย่างไม่น่าเชื่อ
- หากคุณรู้สึกว่าการได้จ่ายเงินซื้อของอะไรก็ตาม เป็นเรื่องที่ทำให้คุณสบายใจขึ้นมากแล้วล่ะก็ แทนที่จะซื้อของแพง ๆ อย่างเสื้อผ้า รองเท้า แบรนด์เนมต่าง ๆ ก็ลองหันมามองของแบกะดินถูก ๆ หรือซื้อพวกกับข้าว หรือของจำเป็นในครัวเรือนเสียเลยยิ่งดี หากยิ่งต่อราคาได้ คุณก็จะได้ใช้เงินน้อยลงไงคะ
- และหากคุณภูมิใจ อุ่นใจกับการมีเครดิตการ์ดติดกระเป๋าสตางค์ จนห้ามใจไม่อยู่หยิบมันออกมาใช้เรื่อย ๆ แล้วนี่ เห็นทีต้องปฏิบัติการขั้นเด็ดขาด ทำใจแข็งไว้ค่ะ แล้วเก็บมันใส่กล่อง ล็อคกุญแจไว้เลย แล้วก็เอากล่องนั้นใส่ไว้อีกกล่องหนึ่ง แล้วก็ซุกไว้ลึกๆ ในตู้เสื้อผ้าที่บ้าน ทีนี้เมื่อไหร่ที่คุณอยากได้ของอะไร ทั้ง ๆ ที่เงินสดก็ไม่พอ (หนี้เก่าก็มีเพียบ) อย่างน้อยจะได้ชั่งใจ กลั่นกรองความอยากถึง 3 ชั้น ขณะที่จะหยิบเจ้าเครดิตการ์ดเหล่านั้นมาใช้ เวลาเหล่านี้ อาจจะช่วยเรียกสติ และความยั้งคิดของคุณ กลับมาได้บ้างค่ะ
......แล้ววันนี้คุณมีแผนจะออกไปช้อปปิ้งอยู่หรือเปล่าคะ?.....
ขอบคุณข้อมูลจาก นิตยสาร Health Today
|