ช่วงนี้ฝนตกติดต่อกันหลายวัน ทำเอาหลายคนไม่สบายไปตาม ๆ กัน ดังนั้นนอกจากอาการเจ็บไข้ได้ป่วย ที่ทุกคนต้องพึงระวังกันแล้ว ปัญหาโรคผิวหนังเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็มิควรมองข้าม โดย น.พ.ประวิตร พิศาลบุตร อเมริกันบอร์ด สาขาโรคผิวหนัง แสดงความห่วงใย และมีคำแนะนำเกี่ยวกับเรื่องนี้
น.พ.ประวิตร บอกว่า หน้าฝนนี้ทำให้เกิดโรคผิวหนังได้บ่อย ได้แก่ โรคน้ำกัดเท้า หรือเชื้อราที่เท้า อาการของ การติดเชื้อราที่เท้า มักเห็นเป็นผื่นเปียกยุ่ยสีขาวที่ง่าม นิ้วเท้า บางทีก็เป็นที่ฝ่าเท้า ถ้าติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำซ้อน ก็จะเกิดเป็นหนอง โรคเชื้อราที่เท้านั้น พบบ่อยในผู้ที่ต้องใส่ถุงเท้าประจำ เช่น นักกีฬา นักเรียน
ฝรั่งจะเป็นเชื้อราที่เท้ามาก เพราะใส่ถุงเท้ารองเท้ากันจนชิน ขนาดกลับบ้านก็ยังไม่ถอดรองเท้า เดินย่ำไปย่ำมาในบ้าน เพราะถือว่าปูพรมอยู่แล้ว แถมเวลาไปเล่นกีฬายังอาบน้ำรวมกัน ย่ำพื้นห้องน้ำเดียวกัน ระยะหลังคนไทย โดยเฉพาะ ชาวกรุงเทพฯ รับวัฒนธรรมสวมถุงเท้ารอง เท้ามา ก็ทำให้เชื้อราที่เท้าระบาดมาก การใส่รองเท้าแตะบ้าง นับว่าช่วยป้องกัน โรคเชื้อราที่เท้าได้ เพราะเท้าจะได้แห้งบ้าง การติดเชื้อราที่เท้า อาจร่วมกับการเป็นเชื้อราที่ขาหนีบ หรือที่เรียกว่า สังคัง
การป้องกันเชื้อราที่เท้านั้น ข้อแนะนำทั่วไปคือ ไม่ควรสวมถุงเท้าที่หนา และคับเกินไป หากไปย่ำน้ำสกปรกมา ควรล้างเท้าด้วยสบู่ และน้ำเปล่าจนสะอาด และซับเท้าให้แห้ง อาจใช้พัดลมเป่าหรือใช้แป้งโรย ส่วนการป้องกันโรคเชื้อรา ที่ขาหนีบ ไม่ควรสวมใส่กางเกงที่หนา บางคนชอบนุ่งยีนส์ หน้าฝนผ้ายีนส์จะแห้งยากมาก ทำให้เกิดความอับชื้นได้ง่าย หน้าฝนจึงไม่ควรใส่กางเกงเนื้อหนา ทั้งกางเกงนอกกางเกงใน เวลาอยู่บ้าน หรือเวลานอน ถ้าไม่จำเป็นก็ไม่ต้องใส่กางเกงในก็ได้
ขณะเดียวกันการที่ฝ่าเท้าย่ำน้ำเฉอะแฉะ นอกจากฝ่าเท้าจะติดเชื้อราได้ง่ายแล้ว อาจติดเชื้อแบคทีเรีย ทำให้เห็นเป็น รูพรุนเล็ก ๆ ที่เท้า บางครั้งก็จะเห็นเป็นแอ่งเว้าแหว่งตื้น ๆ ที่เท้า มีน้ำเหลืองซึม เวลาถอดถุงเท้า จะรู้สึกว่าถุงเท้าติดกับฝ่าเท้า เท้าจะเหม็นมาก เรียกว่า โรคเท้าเหม็น
นอกจากนี้อากาศชื้นแฉะ ก็ยังพบเกลื้อนได้บ่อยด้วย เห็นเป็น วงกลมเล็ก ๆ มีสีขาวจาง ๆ สีชมพูหรือออกสีน้ำตาล มักเป็นที่หน้าอก หรือหลังส่วนบน เชื้อเกลื้อนนี้แม้จะไม่ทำอันตรายร้ายแรง อาจเพียงทำให้คัน แต่ก็ดูไม่สวยงาม เสียบุคลิกภาพ
ปัญหาสุขภาพผิวหนังอีกอย่าง ที่พบได้บ่อยในหน้าฝน คือ กลิ่นตัว เพราะหน้าฝนบ้านเราอากาศก็ทั้งร้อนทั้งอบอ้าว ซักเสื้อผ้าผึ่งแดด ก็ไม่ค่อยแห้งสนิท ถ้าไม่ระวังสุขอนามัยให้ดีไปไหน ก็คงจะส่งกลิ่นไปทั่ว ถ้าจำเป็น ก็ต้องใช้ ผลิตภัณฑ์ลดเหงื่อ และดับกลิ่นตัว หากจะทายา ลดเหงื่อบริเวณรักแร้ ต้องระวังว่าเสื้อผ้า อาจเกิดรอยด่าง เป็นดวงขาวที่รักแร้ด้วย
ดังนั้นจึงต้องรอจนยาแห้งสนิทแล้วจึงค่อยสวมเสื้อ หรืออาจเลี่ยง มาทายาลดเหงื่อก่อนนอนก็ได้ สารส้ม ซึ่งใช้กันมานาน ก็ใช้ลดเหงื่อดับกลิ่นตัวได้ชะงัดนัก ทารักแร้เวลาอาบน้ำได้เลย เสื้อผ้าที่สวมใส่ ก็มีส่วนช่วย ลดการเกิดกลิ่นตัวได้ เสื้อผ้าที่ทำจากเส้นใยธรรมชาติ เช่น ผ้าฝ้าย ผ้าลินิน ทำให้เหงื่อระเหยได้ง่าย จึงไม่ค่อยมีกลิ่นตัว แต่ถ้าใช้เสื้อผ้า เส้นใยสังเคราะห์ เหงื่อจะไม่ค่อยระเหย ทำให้เกิดกลิ่นตัวมาก ควรสวมเสื้อผ้าที่หลวม โดยเฉพาะบริเวณรักแร้ เพื่อให้อากาศถ่ายเท และเหงื่อระเหย ออกไป |