หน้าฝนปีนี้นอกจากไข้หวัดใหญ่ 2009 แล้ว ยังมีโรคอื่น ๆ ที่ต้องเตรียมรับมือ แม้จะเป็นโรค ที่ไม่ร้ายแรงมาก แต่อาจเกิดอันตราย ถึงชีวิตได้ หากรู้ไม่เท่าทัน และไม่รักษาสุขภาพให้ดี
ไปดูกันว่า 10 โรคที่ต้องระวัง ในหน้าฝน ปีนี้มีอะไรบ้าง
1. โรคอุจจาระร่วงเฉียบพลัน ติดต่อได้จากการทานอาหาร หรือดื่มน้ำ ที่มีเชื้อโรคปนเปื้อนเข้าไป ผู้ป่วยจะ ถ่ายอุจจาระเหลว มากกว่า 3 ครั้งต่อวัน หรือถ่ายเป็นน้ำ หรือเป็นมูกปนเลือด หากร่างกายสูญเสียน้ำ และเกลือแร่ อาจเกิดภาวะช็อก หมดสติ และหากรุนแรง อาจเสียชีวิตได้
2. โรคบิด ผู้ป่วยจะมีอาการ ถ่ายเป็นมูกเลือด บ่อยครั้ง ร่วมกับอาการปวดเบ่ง คล้ายถ่ายไม่สุด โรคบิด และโรคติดต่อ ทางเดินอาหารนั้น สามารถเกิดขึ้นได้บ่อย แม้กระทั่งไม่ได้อยู่ช่วงหน้าฝน
3. โรคเลปโตสไปโรซิสหรือโรคไข้ฉี่หนู เป็นกลุ่มโรคติดเชื้อผ่านทางบาดแผล หรือเยื่อบุผิวหนัง มีอาการไข้เฉียบพลัน ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้ออย่างรุนแรง โดยเฉพาะที่น่อง โคนขา กล้ามเนื้อหลัง และท้อง มีอาการตาแดง คอแข็ง หากไม่เข้าใจอาการ และปล่อยไว้บางรายถึงขึ้นเสียชีวิตได้
4. ไข้หวัดใหญ่ เป็นกลุ่มโรคระบบทางเดินหายใจที่พบบ่อย และอาการค่อนข้างรุนแรง ผู้ป่วยที่เป็นไข้หวัดใหญ่ มักมีอาการหนาวสั่น มีไข้สูงมาก ปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อ ปวดศีรษะรุนแรง ไอ อ่อนเพลีย และรู้สึกไม่สบายตัว ส่วนไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 มีลักษณะคล้ายไข้หวัดใหญ่ แต่ในบางรายอาจมีอาการท้องเสียร่วมกับอาเจียน หรืออาจถึงขั้นปอดบวม และระบบหายใจล้มเหลวในที่สุด
5. โรคปอดอักเสบหรือปอดบวม ผู้ป่วยมักมีอาการไข้สูง ไอ เจ็บหน้าอก และหายใจลำบาก โรคปอดอักเสบ เกิดได้กับ ผู้ป่วยทุกวัย และมีอัตราการตายสูง ในผู้ป่วยสูงอายุ และผู้ป่วยที่เป็นโรคปอดเรื้อรัง
6. โรคไข้เลือดออก เกิดจากยุงลายเป็นตัวการนำโรค ซึ่งกว่าร้อยละ 80 เป็นยุงลายที่อยู่ในบ้าน โรคนี้เป็นสาเหตุสำคัญ ของการตายในเด็ก โดยทั่วไป คนที่เป็นจะเริ่มมีอาการไข้สูง ติดต่อกันประมาณ 2-7 วัน ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อตามตัว ปวดข้อ ปวดในเบ้าตา ปวดท้อง อาเจียน เบื่ออาหาร และบางราย มีอาการเลือดกำเดาออก หรือมีจุดเล็ก ๆ แดง ๆ ตามใต้ผิวหนัง อาการทั่วไปจะคล้ายไข้หวัด แต่ไม่ไอ และไม่มีน้ำมูก
7. โรคชิคุนกุนยา เป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการ ได้รับเชื้อไวรัสจากยุงลาย เช่นเดียวกับโรคไข้เลือดออก แต่อาการของ “ชิคุนกุนยา” จะมีอาการปวดข้อ เช่น ข้อมือ ข้อเท้า อาการปวดข้อจะพบได้หลาย ๆ ข้อ เปลี่ยนตำแหน่งไปเรื่อย ๆ อาการจะรุนแรงมากจนบางครั้งขยับข้อไม่ได้ และจะหายภายใน 1-12 สัปดาห์
8. โรคไข้สมองอักเสบเจอี โรคนี้เกิดจากการติดเชื้อไวรัส ยุงรำคาญในทุ่งนา จะเป็นตัวการสำคัญ ในการนำเชื้อมาจากสัตว์ โดยมีหมูเป็นแหล่งโรค ผู้ที่ติดเชื้อ ส่วนใหญ่จะไม่มีอาการ แต่บางรายจะมีไข้สูง ปวดศีรษะมาก คลื่นไส้อาเจียน อ่อนเพลีย หากอาการรุนแรงผู้ป่วย อาจไม่รู้สึกตัว และเสียชีวิตในที่สุด ส่วนรายที่หายบางราย ก็มีความพิการทางสมอง สติปัญญาเสื่อม หรือเป็นอัมพาตได้
9. โรคไข้มาลาเรีย เกิดจากยุงก้นปล่องที่มีเชื้อพลาสโมเดียมกัด พบได้ทั่วประเทศ โดยเฉพาะบริเวณชายแดน โดยเฉลี่ยจะมีอาการ เมื่อเชื้อเข้าสู่ร่างกาย 10-14 วัน ส่วนมากคนป่วยจะจับไข้ทุกวัน และอาจมีภาวะแทรกซ้อนร้ายแรง เช่น มาลาเรียขึ้นสมอง ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ ปัสสาวะดำ ไตล้มเหลว ปอดบวมน้ำ ซึ่งภาวะเหล่านี้ สามารถทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้
10. โรคตาแดงหรือเยื่อบุตาอักเสบ เกิดจากเชื้อไวรัสที่อยู่ในน้ำสกปรก กระเด็นเข้าตา ใช้น้ำไม่สะอาด ล้างหน้า อาบน้ำ หรือถูกน้ำสกปรก ที่มีเชื้อโรคกระเด็นเข้าตา หรือเกิดจากการใช้มือ แขน หรือเสื้อผ้าที่สกปรกขยี้ตาหรือเช็ดตา
หากเกิดอาการผิดปกติดังกล่าว ให้รีบนำผู้ป่วย ส่งโรงพยาบาลทันที ส่วนคนที่ยังไม่เจ็บป่วย ก็ควรรักษาร่างกาย ให้แข็งแรง รับประทานอาหารที่สะอาด ถูกสุขลักษณะ พักผ่อน อย่างเพียงพอ ออกกำลังกายเป็นประจำ เพิ่มเสริมสร้าง ภูมิต้านทาน ให้แก่ร่างกาย