Bright Lives
Bright Lives > สุขภาพ iRecommend | หัวข้อสนทนา | ข้อมูลคำถามและคำตอบ
  หน้าหลัก
  รถยนต์
  ความงาม
  คอมพิวเตอร์ อินเตอร์เน็ท
  แฟชั่น
  บริการธุรกิจ
  กีฬา ฟิตเนส
  อาหาร เครื่องดื่ม
  สุขภาพ
  ดูดวงชะตา
  งานอดิเรก ไลฟ์สไตล์
  หาเพื่อน ความรัก
  สัตว์เลี้ยง

  88DB.com
  หัวข้อสนทนา Forum หัวข้อสนทนา
  ข้อมูลคำถามและคำตอบ Knowledge ข้อมูลคำถามและคำตอบ

Editorial:
ติดต่อลงเรื่องราว บริการของคุณผ่าน Bright Lives กรุณาส่งอีเมล์มาที่ editor@88db.co.th ทีมงานจะติดต่อกลับ ท่านอีกครั้ง

 
รับมือโรคท้องร่วงระบาดช่วงหน้าร้อน
คำเกี่ยวข้องที่ใช้ค้นหา:   หน้าร้อน    ท้องร่วง    แบคทีเรีย    แมลงวัน    ไวรัส    ปวดท้อง    อาหารเป็นพิษ

          หน้าร้อนอย่างนี้คนท้องเสียกัน เป็นจำนวนมาก อากาศร้อนทำให้เชื้อแบคทีเรีย และเชื้อไวรัสโปรโตซัว ซึ่งเป็นสาเหตุของ โรคท้องร่วง เจริญเติบโต และแพร่พันธุ์ได้ดี หากบริโภคอาหารไม่ถูกสุขลักษณะ อาจ เกิดอาการถ่ายเหลว เป็นมูกเลือด อาเจียน และมักมีอาการปวดท้องรุนแรง ร่วมด้วย หรือเรียกกันว่าอาหารเป็นพิษ ซึ่งในเชิงการแพทย์ จะตีความว่าถ่ายเหลว 3 ครั้ง บางครั้งกึ่งเหลว และเป็นน้ำมากกว่าปกติ 3 ครั้งภายใน 24 ชั่วโมง แต่ถ้าถ่ายเป็นน้ำไหลโจ๊กครั้งเดียว ก็ถือว่าท้องร่วง

รับมือโรคท้องร่วงระบาดช่วงหน้าร้อน

เมื่อป่วยเป็นโรคท้องร่วงจะต้องดูแลรักษาร่างกายอย่างไร

  1. ดื่มสารละลายน้ำตาลเกลือแร่ โดยจิบที่ละนิดบ่อยครั้ง ในปริมาณเท่ากับปริมาณอุจจาระ ที่ถ่ายออกมา แต่ละครั้ง เพื่อป้องกันการขาดน้ำ และเกลือแร่ หากเด็กอายุน้อยกว่า 2 ปี ควรให้ดื่มครั้งละ ¼ - ½ แก้ว โดยใช้ช้อนค่อย ๆ ป้อนทีละ 1 ช้อนชา ทุก 1-2 นาที ไม่ควรให้เด็กดูดจากขวดนม เพราะเด็กที่มีอาการขาดน้ำ จะกระหายน้ำ และดูดอย่าง รวดเร็ว ทำให้ร่างกายดูดซึมไม่ทัน จนเกิดอาเจียน และถ่ายมาก ไม่จำเป็นต้องอดอาหารหรือนม ควรให้อาหารเหลว บ่อยครั้ง เช่น น้ำข้าวต้ม น้ำแกงจืด และนมแม่ สำหรับเด็กที่ดื่มนมผสม อาจผสมนมเหมือน เดิมแต่ลดปริมาณลง และให้สลับกับสารละลายน้ำตาลเกลือแร่ หากเด็กอายุมากกว่า 2 ปี ควรดื่มครั้งละ ½ - 1 แก้ว โดยดื่มทีละน้อย แต่บ่อยครั้ง เมื่ออาการดีขึ้นจึงหยุดดื่ม สารละลายน้ำตาลเกลือแร่ และกินอาหารอ่อน ย่อยง่าย จะช่วยให้ลำไส้ฟื้นตัวเร็ว

  2. หากมีอาการผิดปกติ ควรรีบนำส่งโรงพยาบาล เช่น ถ่าย หรืออาเจียนไม่หยุดมากกว่า 4 ครั้ง หิวน้ำตลอดเวลา หรือปัสสาวะไม่ออก (แสดงว่าขาดน้ำมาก) หน้ามืด ช็อก หรือหมดสติ มีไข้ ปวดท้องอย่าง รุนแรง หรือเวลาถ่าย แล้วปวดเบ่งตลอดเวลา (อาการของบิด)

  3. ขับถ่ายในสุขภัณฑ์ที่ถูกสุขลักษณะ และล้างมือให้สะอาด ด้วยน้ำ และสบู่ ทุกครั้งหลังการขับถ่าย เนื่องจาก อหิวาตกโรคนี้ เป็นโรคที่ติดต่อง่าย และแพร่ระบาดได้

  4. กำจัดอาเจียนของผู้ป่วย โดยเททิ้งลงในส้วม ราดน้ำให้สะอาด แล้วใช้น้ำยาฆ่าเชื้อ เช่น น้ำยาล้างห้องน้ำ หรือน้ำยาฟอกผ้าขาว ราดซ้ำ

  5. รักษาความสะอาดสิ่งของเครื่องใช้ของผู้ป่วย รวมทั้งซักเสื้อผ้า ผ้าปูที่นอน ปลอกหมอน ผ้าเช็ดตัวของผู้ป่วย ให้สะอาด และนำไปตากแดดเพื่อฆ่าเชื้อโรค

  6. ผู้ดูแลใกล้ชิดผู้ป่วยควรหมั่นล้างมือฟอกสบู่ให้สะอาดอยู่เสมอ เพื่อป้องกันเชื้อปนเปื้อน จากมือสู่อาหาร และเกิดการติดโรคได้
ข้อห้ามเมื่อท้องร่วง
  1. ห้ามรับประทานยาฆ่าเชื้อ เพราะบางทีท้องร่วงมีหลายสาเหตุ ไม่ได้เกิดเฉพาะเชื้อแบคทีเรีย อาจเกิดจากเชื้อไวรัส ซึ่งยังไม่มียาฆ่าเชื้อ กินยาฆ่าเชื้อแบคทีเรียลงไป ก็ไม่หาย สิ้นเปลืองเงิน และทำให้เชื้อดื้อยา

  2. ห้ามรับประทานยาห้ามถ่าย การถ่ายเป็นกลไกของร่างกายในการขับเชื้อโรค และของเสียออกจากร่างกาย หากรับประทานยา ห้ามถ่ายเข้าไป จะทำให้ลำไส้ทำงานน้อยลง จากเดิมที่ลำไส้เคยบิด ตัวเพื่อไล่ของเสียออกไป ลำไส้ก็จะอยู่นิ่งๆ ส่งผลให้เชื้อแบคทีเรียเจริญเติบโต เข้าสู่กระแสเลือดได้ดีขึ้น
การป้องกัน
  1. การล้างมือบ่อย ๆ จะช่วยลดการแพร่เชื้อท้องเสีย ระหว่างคนต่อคนได้ ควรล้างด้วยสบู่ เพื่อฆ่าเชื้อโรคที่ปนเปื้อน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หลังจากเข้าห้องน้ำ และก่อนรับประทานอาหาร
  2. ล้างผักผลไม้ให้สะอาด ต้องมีการล้างผ่านน้ำหลาย ๆ ครั้ง หรือแช่ในน้ำเกลือ หรือน้ำผสมเบกิ้งโซดา
  3. แยกอาหารที่เป็นวัตถุดิบ กับอาหารที่ปรุงสุกแล้ว เพราะบางครั้งเนื้อสัตว์หลายชนิด จะปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรีย จึงควรแยกออกจากกัน (ถ้าจะให้ดี ควรงดเนื้อสัตว์ไปเลยดีกว่า) ในการเก็บในตู้เย็นก็ ไม่ควรวางปนกัน อาหารที่ปรุงสุกแล้ว ควรใส่ภาชนะที่ปิดสนิท
  4. รับประทานอาหารปรุงสุกใหม่ ๆ ที่สำคัญการปรุงควรถูกต้องตามเกณฑ์ เช่น ถ้าจำเป็นต้องเก็บมารับประทานใหม่ ควรทำให้ร้อนที่อุณหภูมิ 70 องศาเซลเซียส โดยสังเกตง่าย ๆ คือถ้าน้ำ เดือดปุ๊บ ๆ แสดงว่าอุณหภูมิ 100 องศาเซียสแล้ว จึงจะปลอดภัย
  5. การเลือกวัตถุดิบที่ถูกสุขลักษณะ ผักผลไม้ควรเลือกที่สดและสะอาด เสียเวลาในการเลือกนานขึ้น แต่สบายใจ เมื่อนำมารับประทาน
  6. ล้างภาชนะให้สะอาดทุกครั้ง เช่น เขียงกับมีด ต้องล้างให้สะอาดทุกครั้งก่อนปรุง และควรใช้ช้อนกลาง ขณะที่รับประทานอาหาร ร่วมกับผู้อื่น
  7. เก็บอาหารไว้ในตู้เย็นที่อุณหภูมิ 4 องศาเซลเซียส เพราะอุณหภูมิที่เชื้อโรค เจริญเติบโตได้ดีคือ 5-60 องศาเซียส ถ้าต่ำกว่า 5 องศา เชื้อโรคจะไม่เจริญเติบโตแต่ไม่ตาย เพราะฉะนั้นอาหารที่ เราเก็บไว้ในตู้เย็น ควรอุ่น ก่อนรับประทานทุกครั้ง
  8. ไม่ควรรับประทานอาหารที่ปรุงทิ้งไว้ โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ต้องนั่งรถนานๆ เพราะอาหารเหล่านั้น อาจบูดเน่าได้ง่าย
  9. หอยแครงควรลวกอย่างน้อย 1-2 นาที การรับประทานหอยแครงให้อร่อย และปลอดภัย ควรนำไปลวกในน้ำเดือด ในเวลาดังกล่าว ซึ่งจะสามารถฆ่าเชื้อโรค และคงรสชาติไว้ได้
  10. น้ำดื่มควรต้มให้สุกทุกครั้ง โดยเฉพาะน้ำดื่มตามตู้กดน้ำ อาจไม่ได้มาตรฐาน และมีการปนเปื้อนของเชื้อโรคได้
ทิปส์ : หากจะต้องไปกินอาหารในสถานที่ไม่ถูกสุขอนามัยควรดื่มน้ำมะนาว (มะนาว 1-2 ลูก) เสียก่อน ที่ต้องระวัง มากที่สุดคือ อาการท้องเดิน คลื่นไส้ อาเจียนของเด็ก ๆ การท้องเดิน และอาเจียนจะทำให้เด็กเสียน้ำ หรือแร่ธาตุในตัวมาก จะทำให้เกิดอาการช็อกได้ ควรผสมน้ำหนึ่งถ้วยกับน้ำตาลหนึ่งช้อนชา และเบกิ้งโซดากับเกลือ 1-4 ช้อนชาให้เด็กดื่ม ถ้ายังมีอาการอยู่ต้องนำส่ง โรงพยาบาลทันที และ

ที่ต้องระวังอีกอย่างคือ น้ำดื่ม กับน้ำแข็ง เพราะหน้าร้อนแบบนี้ เราจะชอบดื่มน้ำ กับน้ำแข็งมาก น้ำแข็งก้อน ก็มักจะผลิตจาก น้ำประปาไม่ทัน บางร้านก็ใช้น้ำอะไรก็ได้มาผลิต และถ้าไปต่างจังหวัดเห็นน้ำ ขวดยี่ห้อแปลก ก็ไม่ควรไว้วางใจ นอกจากนี้ หากเดินทางไปต่างจังหวัด ด้วยรถไฟ หรือรถทัวร์ ก็ไม่ควรดื่มน้ำแข็งถุง โอเลี้ยง หรือน้ำอัดลมเป็นอันขาด



บริการด้านสุขภาพทั้งหมด .. คลิกที่นี่
 
  • วิธีกินแป้ง แบบไม่อ้วน
  • ตำแหน่งสิวบอกโรค..
  • เลิกบุหรี่... ได้ผลทันตาเห็น
  • ช็อกโกแลตซีส (cyst) โรคภายในที่ผู้หญิงควรรู้
  • ทฤษฎีการดูแลสุขภาพ โดยหลักธรรมชาติของจีน
  • วิธีสังเกตอาการเบื้องต้นของมะเร็งชนิดต่างๆ
  •  
    iRecommend | หัวข้อสนทนา | ข้อมูลคำถามและคำตอบ

    ฝ่ายบริการลูกค้า 88DB :(02) 612 8888 / CS@88DB.co.th
    88DB อินเตอร์เนชั่นแนล: จีน | ฮ่องกง | อินโดนีเซีย | มาเลเซีย | ฟิลิปปินส์ | สิงคโปร์ | ประเทศไทย
    COPYRIGHT© 1998-2007, Jobs DB Inc. ALL RIGHTS RESERVED.
    Bright Lives