Bright Lives
Bright Lives > อาหาร เครื่องดื่ม iRecommend | หัวข้อสนทนา | ข้อมูลคำถามและคำตอบ
  หน้าหลัก
  รถยนต์
  ความงาม
  คอมพิวเตอร์ อินเตอร์เน็ท
  แฟชั่น
  บริการธุรกิจ
  กีฬา ฟิตเนส
  อาหาร เครื่องดื่ม
  สุขภาพ
  ดูดวงชะตา
  งานอดิเรก ไลฟ์สไตล์
  หาเพื่อน ความรัก
  สัตว์เลี้ยง

  88DB.com
  หัวข้อสนทนา Forum หัวข้อสนทนา
  ข้อมูลคำถามและคำตอบ Knowledge ข้อมูลคำถามและคำตอบ

Editorial:
ติดต่อลงเรื่องราว บริการของคุณผ่าน Bright Lives กรุณาส่งอีเมล์มาที่ editor@88db.co.th ทีมงานจะติดต่อกลับ ท่านอีกครั้ง

 
คุณค่าจากปลา ... ราชาของโปรตีน
คำเกี่ยวข้องที่ใช้ค้นหา:   ปลา    โปรตีน    เนื้อสัตว์    ร่างกาย    ไขมัน    สมอง    กรดไขมัน    ประโยชน์    โอเมก้า

คุณค่าจากปลา ... ราชาของโปรตีน
โปรตีนมีดีที่ย่อยง่าย

         โดยทั่วไปในเนื้อปลามีโปรตีน ประมาณร้อยละ 17-23 ซึ่งเป็นโปรตีนที่ย่อยง่ายกว่าเนื้อสัตว์ชนิดอื่นๆ ทำให้ระบบ การย่อยอาหารของเรา ไม่ต้องทำงานหนัก อีกทั้งโปรตีนยังมีประโยชน์ ช่วยซ่อมแซมเนื้อเยื่อหรือส่วนต่างๆ ที่สึกหรอ และเสริมสร้างร่างกายให้เจริญเติบโตตามวัยอันควร

         นอกจากนี้ปลายังมีกรดอะมิโน ที่จำเป็นต่อร่างกายหลายชนิด โดยเฉพาะไลซีน และทรีโอนิน ซึ่งมีผลต่อ พัฒนาการสมอง และการเจริญเติบโตในวัยเด็ก ทั้งยังเป็นส่วนประกอบ ของสารสร้างภูมิคุ้มกันโรค ทำให้นอนหลับสนิท สมองทำงานได้ดี ไม่แก่เกินวัย และลดความหิวชนิดรับประทานไม่หยุดได้ โดยถ้าคิดเป็นหน่วยร้อยละ จะมีสูงถึงร้อยละ 92 เมื่อเทียบกับ น้ำนมวัวซึ่งมีร้อยละ 91 เนื้อวัวมีร้อยละ 80 และถั่วเหลืองมีร้อยละ 63 ไขมันต่ำ และเป็นไขมันที่จำเป็น ต่อร่างกาย

ปลายังมีไขมันต่ำ มีกรดไขมันไม่อิ่มตัวหรือที่เรียกว่า โอเมก้า3 ซึ่งเป็นไขมันที่จำเป็นต่อร่างกาย แต่เราไม่สามารถ สร้างเองได้ นอกจากกรดไขมันโอเมก้า3 ที่มีอยู่ในปลา ช่วยป้องกันการสะสมตัวของไขมันอิ่มตัว หรือคลอเลสเตอรอล อันเป็นสาเหตุ ให้เส้นเลือดอุดตัน ซึ่งนำไปสู่โรคหัวใจ และเส้นเลือด ในสมองแตกได้ กรดไขมันโอเมก้า3 ยังมีประโยชน์ ในด้านอื่นๆ อีกมากมาย เช่น

คุณค่าจากปลา ... ราชาของโปรตีน
  • ช่วยในการลดน้ำหนัก ในปี 1999 นักวิจัยออสเตรเลียพบว่า การบริโภคปลาที่มีโอเมก้า3 สูง เช่น ปลาทูน่า ปลาแซลมอล จะช่วยให้การลดน้ำหนักได้ผลดียิ่งขึ้น

  • บำรุงสมอง ผลวิจัยจากสหรัฐอเมริกาพบว่า กรดไขมันดีเอชเอ (DHA) ในโอเมก้า3 มีส่วนสำคัญในการพัฒนาสมอง โดยเฉพาะในส่วนของ ความจำ และการเรียนรู้

  • ช่วยลดความเครียด Archives of General Psychiatry ได้รายงาน การวิจัย เกี่ยวกับน้ำมันปลา ว่าสามารถลด ความเครียดในผู้ป่วย โรคประสาท ที่มักจะอาละวาด ทำให้มีอารมณ์ที่เยือกเย็นลงได้

  • บรรเทาอาการซึมเศร้า การศึกษาของมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดพบว่า การขาดโอเมก้า3 ซึ่งเป็นกรดไขมัน ที่จำเป็นต่อสมอง อาจเป็นสาเหตุทำให้คนมีอาการซึมเศร้า สมาธิสั้น และขาดความสามารถในการอ่านหนังสือได้

  • บรรเทาอาการของโรคไขข้ออักเสบ จากการวิจัยในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา พบว่า น้ำมันปลาช่วยบรรเทาอาการ ของผู้ป่วยโรคไขข้ออักเสบ จนสามารถลดการใช้ยาบางส่วนลงได้

  • ลดการอักเสบของโรคผิวหนัง การศึกษาวิจัยระบุว่า การกินปลาที่มีไขมันมาก จะช่วยบรรเทาอาการของโรคผิวหนัง อย่างสะเก็ดเงิน (เรื้อนกวาง) เพราะปลามีวิตามินดีจากกรดไขมันโอเมก้า 3 ในปริมาณที่มากนั่นเอง

  • ลดความเสี่ยงของโรคหัวใจ จากการวิจัยในปี 1998 พบว่า การบริโภคปลาอย่างน้อย สัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง จะช่วยลดความดันโลหิต ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงให้เกิดโรคหัวใจลงได้ นอกจากนั้น จากการวิจัย ของมหาวิทยาลัยโอเรกอน ยังระบุว่า ในไขมันปลามีกรดไขมันอีพีเอ (EPA) ซึ่งเป็นกรดไขมันในกลุ่มโอเมก้า3 ยังช่วยลดปริมาณคอเลสเตอรอลในเลือด และลดระดับไตรกลีเซอไรด์ลงได้ ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญ ของโรคหลอดเลือดหัวใจด้วยเช่นกัน

ถึงแม้ปลาทุกชนิด จะจัดว่ามีค่าไขมัน และพลังงานต่ำกว่าเนื้อสัตว์ชนิดอื่นแล้ว อย่างไรก็ตาม ชนิดของปลายังมีผลต่อ ปริมาณไขมันของปลาที่มีอยู่ในเนื้อปลาสด ซึ่งผู้บริโภคควรเลือกทานตามความ เหมาะสม เราสามารถจัดแบ่ง ชนิดของเนื้อปลาสด ออกเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่

คุณค่าจากปลา ... ราชาของโปรตีน
  1. ปลาที่มีไขมันต่ำมาก (น้อยกว่าหรือเท่ากับ 2 กรัมต่อ 100 กรัม) ได้แก่ ปลาไหล ปลากราย ปลานิล ปลากะพงแดง และปลาเก๋า
  2. ปลาที่มีไขมันต่ำ (มากกว่า 2-4 กรัมต่อ 100 กรัม) ได้แก่ ปลาทูนึ่ง ปลากะพงขาว ปลาจะละเม็ดดำ และปลาอินทรี
  3. ปลาที่มีไขมันปานกลาง (มากกว่า 4-8 กรัมต่อ 100 กรัม) ได้แก่ ปลาสลิด ปลาตะเพียน และปลาจะระเม็ดขาว
  4. ปลาที่มีไขมันสูง ( มากกว่า 8-20กรัมต่อ 100 กรัม) ส่วนมากมีเนื้อสีเหลือง ชมพูหรือเทาอ่อน ได้แก่ ปลาช่อน ปลาสวาย ปลาดุก และปลาสำลี
นอกจากนั้นแล้ว วิธีการปรุงอาหารให้สุกตามที่นิยม อย่างการต้ม นึ่ง ทอด ย่าง และเผา ยังมีผลต่อ ปริมาณไขมันของปลา ด้วยเช่นกัน จากการวิจัยพบว่าปลาดิบ และปลา ที่ทำให้สุกโดยการต้ม และนึ่งทุกชนิด จัดว่าให้ค่าไขมัน และพลังงานต่ำ แต่ถ้านำปลาเหล่านี้ ไปย่าง หรือทอด จะให้ไขมันและพลังงานสูงขึ้น เนื่องจากน้ำที่ระเหยหายไประหว่างการย่างและน้ำมัน ที่ถูกดูดซับเข้าไปในเนื้อปลาระหว่างการทอด ดังนั้น หากเราจะเลือกเมนูปลาครั้งหน้า โดยเฉพาะผู้สูงอายุ และผู้ที่ต้องการ ควบคุมน้ำหนักด้วยแล้ว อย่าลืมสังเกตทั้งชนิดของปลา และวิธีการปรุงกันก่อนรับประทาน

คุณค่าจากปลา ... ราชาของโปรตีน
แร่ธาตุไอโอดีน ป้องกันเอ๋อ เมื่อรับประทานปลาทะเล ร่างกายจะได้รับแร่ธาตุไอโอดีน ซึ่งมีคุณสมบัติป้องกัน โรคคอหอยพอก ชนิดที่เกิดจากการขาดธาตุไอโอดีน เด็กที่กำลังเจริญเติบโตหากขาดแร่ธาตุชนิดนี้ โอกาสที่จะเป็นโรคเอ๋อ หรือภาวะปัญญาอ่อนก็มีมากขึ้น และยังทำให้ร่างกายเจริญเติบโตช้า

คุณค่าจากปลา ... ราชาของโปรตีน
แร่ธาตุแคลเซียม และฟอสฟอรัส
คุณค่าจากปลา ... ราชาของโปรตีน

เกราะป้องกันกระดูก การรับประทานปลาตัวเล็กตัวน้อย
เช่น ปลาข้าวสาร ปลาฉิ้งฉั้ง รวมทั้งปลากระป๋อง อย่างปลาซาร์ดีน ที่รับประทานได้ทั้งเนื้อ และก้าง จะช่วยเพิ่ม ธาตุแคลเซียม ที่ได้จากกระดูกปลา ช่วยทำให้กระดูก และฟันของเราแข็งแรง อีกทั้งป้องกันโรคกระดูกพรุน และกระดูกหักง่ายได้

นอกจากนี้ การรับประทานปลายังได้วิตามินที่หลากหลาย ทั้งวิตามินเอ และวิตามินดี (ซึ่งมีมากในน้ำมันตับปลา) รวมทั้ง วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 และไนอาซีน ถึงแม้จะมีในปริมาณเล็กน้อย แต่วิตามินเหล่านี้ ล้วนมีความจำเป็นต่อร่างกาย โดยเฉพาะสมองของเรา ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการควบคุม การทำงานของอวัยวะ ทุกส่วนในร่างกาย ให้มีประสิทธิภาพ อย่างเต็มที่ ถึงแม้ปลา จะมีคุณค่า และสารอาหารดีๆ มากมาย แต่สำหรับชาวชีวจิต ก็เลือกรับประทานปลาในปริมาณ ที่พอเหมาะ เพียงสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง หรือประมาณ 200 กรัมเท่านั้น เพื่อให้ร่างกายของเรา ได้รับสารอาหารที่ครบถ้วน


บริการด้านอาหาร เครื่องดื่มทั้งหมด .. คลิกที่นี่
 
  • หุ่นสวยด้วย Fiber
  • ดื่มเบียร์อย่างไรให้ได้รสชาติ
  • 7 สุดยอดอาหารสำหรับผู้หญิง
  • การเลือกซื้อ อาหารหน้าร้อน
  • กินก๋วยเตี๋ยวแบบมืออาชีพ
  • ดาบ 2 คม กับน้ำผลไม้
  •  
    iRecommend | หัวข้อสนทนา | ข้อมูลคำถามและคำตอบ

    ฝ่ายบริการลูกค้า 88DB :(02) 612 8888 / CS@88DB.co.th
    88DB อินเตอร์เนชั่นแนล: จีน | ฮ่องกง | อินโดนีเซีย | มาเลเซีย | ฟิลิปปินส์ | สิงคโปร์ | ประเทศไทย
    COPYRIGHT© 1998-2007, Jobs DB Inc. ALL RIGHTS RESERVED.
    Bright Lives