Editorial:
ติดต่อลงเรื่องราว บริการของคุณผ่าน Bright Lives กรุณาส่งอีเมล์มาที่ ทีมงานจะติดต่อกลับ ท่านอีกครั้ง |
|
|
|
| คำเกี่ยวข้องที่ใช้ค้นหา: ข้าวกล้องงอก ข้าวกล้อง น้ำข้าวกล้อง น้ำข้าวกล้องงอก เพาะข้าวกล้อง สุขภาพ |
“เพาะข้าวงอก” เนื่องจาก “ข้าวกล้องงอก” ที่มีจำหน่ายในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้หมดลงแล้ว ยังไม่ทราบว่า จะสามารถนำมา ขายได้ อีกเมื่อไหร่ ดังนั้นเราคิดว่าน่าจะ ลองมา เพาะข้าวกล้องทานเอง ลดต้นทุนได้มาก และยังได้ รับประทาน ข้าวกล้องงอกแบบสด ๆ อีกด้วย แน่นอนว่าของสด มันน่าจะดีกว่า ของอบแห้ง
เบรคนี้เราว่างจัด จึงชวนพี่น้อง มาเพาะข้าวกล้อง ซึ่งเป็นเรื่องที่กำลังอินเทรน ในระดับประเทศ และกำลังจะอินเทรน เข้าสู่ระดับโลกในเร็ว ๆ นี้ ดังนั้นมาทำตัว ให้อินเทรนกันนะคะ โปรเจ็คนี้พระเอกของเรา คือข้าวกล้อง นางเอกคือน้ำ และตัวประกอบ คือภาชนะ ส่วนผู้กำกับคือตัวของเรา ที่จะต้อง ทำหน้าที่ ควบคุมการงอกให้สำเร็จลุล่วง เมล็ดข้าว ต้องไม่บูดเน่าไปเสียก่อน ที่อภิมหาโปรเจคนี้ จะสำเร็จ
แต่เนื่องจากทางสถาบันวิจัย บอกว่าควรเป็นข้าวกล้องที่จะนำมา ทำให้เกิดกระบวนการงอก ต้องเป็นข้าวกล้อง ที่ผ่าน การกระเทาะเปลือก ไม่เกิน 2 สัปดาห์ ซึ่งตรงนี้ไม่ต้องซีเรียสค่ะ เพราะยังไงเราก็คงหาข้าวกล้อง ที่มีระยะเวลา ในการกระเทาะเปลือก ได้สั้น ถึงขนาดนั้นไม่ได้ หรือถ้าได้เราก็ไม่รู้หรอกว่า มันผ่านมาแค่ 2 สัปดาห์จริงหรือไม่ เอาเป็นว่า ให้เลือกซื้อ ข้าวกล้อง ที่มีการสะพัดซื้อขายมากหน่อย คือจะได้ข้าวที่ไม่เก่า ค้างนานจนเกินไป
เวลาซื้อข้าวกล้องเราจะซื้อครั้งละ 3 ชนิด โดยเลือกชนิดละ 1 กิโลกรัม เอามาผสมกันทั้งหมด คืออยากได้อะไร ก็ซื้อไปเรื่อยเปื่อย และพบว่าเมื่อซื้อข้าวกล้องมาได้สักระยะหนึ่ง จะมีมอดขึ้น แสดงว่ามันไม่ผ่านสารรมควันมอด ซึ่งจุดนี้ เราไม่ทราบว่า สารรมควันมอด จะมีผลกับการงอก หรือไม่นะคะ ข้าวกล้องที่เราซื้อมากินเป็นประจำ มักจะประกอบไปด้วย ข้าวมันปูซ้อมมือ ข้าวโอ๊ตซ้อมมือ และข้าวกล้องหอมมะลินิลดำ ซึ่งข้าวหอมมะลินิลดำจะมีราคาสูงสุด ราคาอยู่ที่กิโลละ 75 บาท ส่วนอีกสองชนิด อยู่ที่ราคา 40-45 บาท ปกติเราจะหุงรวมกัน ไม่ผสมข้าวขาวเลย ดังนั้นเราจะเอาข้าวที่มีอยู่ทั้งหมด มาทำการเพาะดูว่า ชนิดไหน จะเข้าวินในการงอกได้ดีที่สุด และข้าวชนิดไหน จะถูกโหวตออกเป็นลำดับแรกนะคะ
เรานำข้าวทั้ง 3 ชนิด ได้แก่ ข้าวกล้องหอมมะลินิลดำ ข้าวมันปูซ้อมมือ และข้าวกล้องโอ๊ต มาใส่ชาม อย่างละนิด ใส่น้ำแล้วเททิ้ง จากนั้นใส่น้ำอีกครั้ง ให้ท่วมเมล็ดข้าว แช่ค้างคืนไว้ในอุณหภูมิของห้อง
มือใหม่หัดเพาะ แบบเราพบว่าข้าวโอ๊ต มีการบูดเน่ามากที่สุด
ส่วนข้าวหอมมะลินิลดำตามมาเป็นอันดับที่ 2
สำหรับข้าวมันปูซ้อมมือฉลุยค่ะพี่น้อง ไม่พบการบูดเน่าเลย
เราเอาไปเพาะที่ออฟฟิต ระหว่างวันเราจะเดินออกมาเปลี่ยนน้ำบ่อย ๆ ยิ่งถ้าเห็นเริ่มมีฟองต้องรีบเปลี่ยนเลย ซึ่งครั้งแรก ของการเพาะเรายังเปลี่ยนน้ำได้ไม่ดีนัก ในการเปลี่ยนน้ำแต่ละครั้ง จะเทน้ำเก่าทิ้งไป ใส่น้ำใหม่ แล้วเขย่าเล็กน้อย เททิ้งอีกรอบ ถ้าน้ำยังมีปัญหา ก็จะใส่น้ำแล้วเททิ้งอีก จากนั้นใส่น้ำให้ท่วมเมล็ดข้าวตามเดิม แล้วแช่ทิ้งไว้ต่อไป
วันที่สอง พบการบูดเน่าของข้าวโอ๊ตรุนแรงมาก จึงต้องโหวตข้าวโอ๊ตทิ้งไปเป็นชนิดแรก คงเหลือข้าวหอมมะลินิลดำ ที่ดูเหมือนจะมีกลิ่นบูดเล็กน้อย จึงต้องทำการเปลี่ยนน้ำบ่อยขึ้น ส่วนข้าวมันปูซ้อมมือปกติดี
เราจึงตัดสินใจเอาข้าวแช่น้ำทั้งสองชนิด กลับไปนอนค้างคืนที่บ้านด้วย กว่าจะเข้านอนก็เปลี่ยนถ่ายน้ำอีกหลายรอบ หลังจาก 2 คืนผ่านไปพบการงอกที่ข้าวมันปูซ้อมมือ สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าชัดเจน และไม่มีกลิ่นบูดเน่าเลย เมื่อดมดู จะได้กลิ่นคล้าย ถั่วงอกสด แสดงว่าน่าจะผ่านนะคะ ส่วนข้าวมะลิหอมนิลดำ มีกลิ่นบูดเน่าเล็กน้อย แต่เรายังคงเพาะต่อไปเป็น
คืนที่สาม พบว่าข้าวหอมมะลินิลดำไม่เกิดการงอก ยังคงมีกลิ่นบูดอยู่ เราจึงต้องทำการโหวตออกเป็นลำดับที่สอง ดังนั้นคงเหลือ แต่ข้าวมันปูซ้อมมือ ที่เข้าวินชนะการงอกเพียงชนิดเดียวเท่านั้น สรุปก็คือ เราประสบผลสำเร็จในการเพาะ การงอกจากเมล็ด ข้าวมันปูซ้อมมือ ภาวะการไม่งอกของข้าวมะลินิลดำ และข้าวโอ๊ตซ้อมมือ อาจมาจากหลายสาเหตุ แต่เราไม่ใช่นักวิชาการ จึงไม่ขอสรุปนะคะ เข้าใจว่า ถ้าเราสามารถควบคุมการเปลี่ยนน้ำได้ดี จะไม่เกิดการบูดเน่า แต่กว่าจะรู้หลัก ในการเปลี่ยนถ่ายน้ำ เพื่อยับยั้งการบูดเน่าได้ดี และแม่นยำ คงต้องใช้ประสบการณ์ ในการเพาะอีกหลายครั้ง จากภาพเป็นการแช่ที่นานมากกว่า 72 ชั่วโมง ซึ่งการแช่ให้งอก เพื่อรับประทาน ทางทีมวิจัยระบุเวลาในการแช่มากที่สุดคือ 72 ชั่วโมง คือแค่ให้เป็นตุ่มเล็ก ๆ แต่ชุดนี้เป็นการแช่ เพื่อทดลอง จึงแช่ต่อไปเรื่อย ๆ พบว่าส่วนที่งอกขึ้นมา ยังสามารถงอกได้ต่อไป จนย๊าวยาวค่ะ
|
ขอบคุณข้อมูล และรูปภาพจาก BlogGang คุณซาไปรส์
|
|
|
|
|
|
| |
|