Editorial:
ติดต่อลงเรื่องราว บริการของคุณผ่าน Bright Lives กรุณาส่งอีเมล์มาที่ ทีมงานจะติดต่อกลับ ท่านอีกครั้ง |
|
|
|
| คำเกี่ยวข้องที่ใช้ค้นหา: ทำงาน เครียด ประสิทธิภาพ ผ่อนคลาย คุณภาพ สมาธิ ปล่อยวาง |
เป็นที่รู้ๆ กันดีว่า ผลของเจ้าความเครียดนี้มันร้ายกาจขนาดไหน มันจะคอยรบกวนไม่ให้เรามีสมาธิในการทำงาน ประสิทธิภาพในการทำงานก็ลดน้อยลง ส่งผลถึงคุณภาพของงานเป็นเงาตามตัว หรือเพียงเจอะเจอปัญหางานนิดหน่อย ก็พานอารมณ์เสีย ไหนจะต้องเจอปัญหาคนที่ปกติ ก็ยังพอรับมือได้แต่คนกำลังร้อนอยู่ จึงโถมไฟเข้าใส่ไม่ยั้งเหมือนกัน เฮ้อ! ไหนในเมื่อรู้สารพัดปัญหาที่ตั้งท่ารอเราอยู่แบบนี้แล้ว เราต้องหาวิธีรับมือเจ้า “ความเครียด”
จัดระเบียบความเครียด
ในเมื่อเรารู้ตัวแล้วว่าเครียด ก็ต้องพิจารณาต่อไปว่าเครียด เพราะอะไร สาเหตุมาจากตรงไหน เราสามารถแก้ไข ให้มันจบลง ได้ทันทีหรือไม่ และหากเจ้าความเครียดนี้มันไม่ได้ง่ายดายอย่างนั้น เราก็ต้องวางแผนรับมือมันอย่างดี เพื่อไม่ให้มีผลลบ ต่องาน
ต้องปล่อยวาง
ลองวางความเครียดไว้บนโต๊ะ ก่อนดีไหม แบกไว้ก็หนักก็เครียดไปเปล่าๆ ถ้ามันยังรบกวนจิตใจอยู่ เก็บมันใส่ในลิ้นชัก (ล็อกด้วยก็ดี) และตั้งสติว่านาทีนี้ ชั่วโมงนี้ เราต้องทำงาน เป็นเวลาของงาน เราต้องรับผิดชอบหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด อย่าเพิ่งวอกแวกไปคิดเรื่องอื่น ที่เจ้านายไม่ได้เสียเงินจ้างมาให้คิดให้ทำ วิธีนี้เป็นการแยกแยะให้ออก ระหว่างเรื่องส่วนตัวกับเรื่องงาน
มีสมาธิกับงาน
แม้ว่าวันนี้งานจะดูหน้าเบื่อ เพราะเราใช้อารมณ์ตัดสินก็ตามเถอะ แต่เมื่อเรามีหน้าที่ต้องทำงานก็ต้องทำ เมื่อใจมัน ว้าวุ่นนัก ก็ลองฝึกสมาธิในเวลางานกับการทำงานนี่ล่ะ นอกจากจะช่วยให้จิตใจสงบขึ้น ยังได้งาน ที่มีประสิทธิภาพอีกด้วย การทำสมาธิกับการทำงาน คือ การกำหนดรู้อริยาบถ แต่ละขั้นตอนของการเคลื่อนไหวร่างกาย ให้มีสติติดตามทันไป ในทุกอริยาบถ โดยก่อนที่เราจะเริ่มทำงาน ให้มีความตั้งใจอย่างแน่วแน่ว่า เราจะไม่คิดอะไรนอกเรื่อง นอกราวในขณะทำงาน แต่จะใช้ความคิดมากำหนดการเคลื่อนไหวทุกอริยาบถ เพื่อให้จิตเกิดเป็นสมาธิ จะได้เกิดความปีติสุขในขณะทำงาน วิธีนี้ทำไม่ยากเลย ลองดูสิคะ
หายใจคลายเครียด
การหายใจจะช่วยนำอากาศที่บริสุทธิ์ เข้าสู่ปอด และเดินทางสู่สมอง และทั่วร่างกาย ปกติเราก็หายใจกันอยู่แล้ว แต่เป็นการหายใจที่ยังไม่ถูกต้อง แต่ถ้าเราหายใจถูกวิธี จะช่วยทำให้สุขภาพ และอารมณ์ของเราดี ไม่เชื่อลองฝึกกันดู โดยหายใจเข้าลึกๆ ช้าๆ สังเกตว่ากระบังลมขยายออก ท้องป่องออก จากนั้นค่อยๆ หายใจออกช้าๆ ไล่ลมให้ออกมากที่สุด กระบังลมจะหดสั้นลง ท้องจะแฟบ สังเกตท่องป่อง-แฟบ ให้ชัดขึ้นโดยการเอามือวางให้บริเวณสะดือ ฝึกหายใจให้ถูก ไม่เพียงเฉพาะ ตอนเครียดเท่านั้น คุณจะค้นพบว่าการหายใจนอกจากช่วยทำให้เรามีชีวิตอยู่แล้ว ยังทำให้ทำจิตใจ ให้แจ่มใสอยู่เสมออีกด้วย
ผ่อนคลายกล้ามเนื้อ
เวลาเราเครียดเนื้อตัวจะเกร็งไปหมด แม้แต่แววตาก็ยังดูไม่สดใส ออกจะแข็งกร้าวเสียด้วยซ้ำ เราสามารถผ่อนคลาย กล้ามเนื้อ ที่เกิดจากความเครียดได้ด้วยวิธีง่ายๆ สามารถทำได้ในขณะที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ทำงานของเรานี่ล่ะ โดยไล่จาก ปลายเท้า ลองสั่งให้นิ้วยกขึ้นยกลงสลับกันสัก 10 ครั้ง หมุนข้อเท้าไปด้านซ้าย-ขวา 10 ครั้ง หมุนหัวเข่าซ้าย-ขวา 10 ครั้ง ไล่มาจนถึง นิ้ว กางนิ้วเกร็งไว้สักอึดใจ สลัดข้อมือ หมุนหัวไล่ หมุนคอ และทำไล่จากคอไปจนถึงปลายเท้าอีกสักรอบ เพียงแค่นี้จะช่วยทำให้คุณรู้สึกผ่อนคลาย หายอึดอัด และกระปรี้กระเปร่าขึ้น
รูป รส กลิ่น เสียง
คลายความเครียดด้วยรูปภาพสวยๆ วิวทิวทัศน์ งานศิลปะ เพื่อดึงความสนใจเราออกไปจากสิ่งที่กำลังคิดกังวลอยู่ พักเที่ยงหาเมนูของโปรดรับประทาน จะช่วยทำให้ช่วงเวลาแห่งความทุกข์กังวล คลายลงได้เมื่อเราอยู่กำลังมีความสุข อยู่กับสิ่งที่เราชอบ ให้กลิ่นช่วยบำบัดความเครียด ไม่ว่าจะการจุดน้ำมันหอมระเหย การสูดดมกลิ่นจากดอกไม้ หรือกลิ่นจากชาร้อนๆ หรือหาน้ำสมุนไพรที่มีกลิ่นหอมสดชื่นดื่ม นั่นเพราะคุณสมบัติของกลิ่นหอม มีผลในการช่วย
ปลุกประสาทสัมผัสให้สดชื่นตื่นตัว แถมยังกระตุ้น พลังงานในจิตใจ ได้เป็นอย่างดี เวลาเครียดๆ อย่างนี้ล่ะใช้ได้ผล อย่างเช่น กลิ่นกุหลาบช่วยให้อารมณ์ตึงเครียด ผ่อนคลายลงได้
ห่างๆ คนอารมณ์ขุ่นมัว
พยายามไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับสิ่งที่จะทำให้เครียด รวมถึงคนที่อารมณ์ไม่ค่อยดี เพราะชั่วโมงนี้ คุณคงต้อง รู้ตัวเองว่า จิตใจไม่ปกติ ลมพัดลมเพได้ง่ายๆ ดังนั้น หากใคร ทำอะไรไม่ถูกใจ ให้ปล่อยวางเสียบ้าง หากมีการโต้เถียงกัน ต้องยับยั้งชั่งใจ พยายามใจเย็น มีสติ สัมปชัญญะ หากจำเป็นโต้แย้งได้ เฉพาะเรื่องที่มีความสลักสำคัญจริง พยายามอยู่กับเพื่อน ที่มีอารมณ์ขัน เพราะจะช่วยกระตุ้น จิตใจ ที่แสนห่อเหี่ยวของเรา ให้หัวเราะได้อีกครั้ง เพราะคนที่หัวเราะง่าย จะมีสุขภาพจิตที่ดี
หาเพื่อนระบายความเครียด
เพื่อนสนิทดูเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด เพราะเวลาที่เรา ได้ระบายออก เท่ากับเราได้พูด เล่า ได้ทบทวนตัวเองไปด้วย เพราะบางทีการกักเก็บ อะไรไว้คนเดียว ก็ไม่ดีเท่าไหร่ จะได้รู้สึกว่าเราไม่ได้แบกปัญหา อยู่คนเดียวบนโลก แต่ไม่ใช่พูด แบบหูดับตับไหม้ล่ะไม่เช่นนั้น จะยิ่งเป็นการสุมไฟ ใส่อกตัวเองเพิ่มขึ้น ดีจะกลายเป็นร้ายไปเสีย |
|
|
|
|
|
|
| |
|