สาว ๆ แต่ละคนก็มีสภาพผิวหน้าที่แตกต่างกันไป ซึ่งควรได้รับการดูแลอย่างถูกวิธีเพื่อรักษาผิวหน้า คงความงามไว้ ให้มีผิวสวยสดใสอ่อนกว่าวัยไปอีกนาน มาดูกันว่าผิวแต่ละแบบนั้นควรได้รับการปรนนิบัติอย่างไรให้ถูกวิธี

เป็นลักษณะของผิวที่ขาดน้ำและขาดน้ำมัน วิธีดูแลให้เลือกใช้
ผลิตภัณฑ์ที่ดูแลผิวแห้งโดยเฉพาะ เน้นที่มีส่วนผสมของมอยส์เจอร์ไรเซอร์
จะช่วยให้ผิวหน้าไม่แห้งตึงและกลับมาเนียนนุ่มชุ่มชื้น
หมายถึงผู้ที่มีผิวมันบริเวณทีโซน แต่พวงแก้มแห้ง ควรเลือกใช้
ผลิตภัณฑ์ที่เน้นการดูแลผิวผสมเป็นพิเศษ มีมอยส์เจอร์ไรเซอร์เพื่อคืน
ความชุ่มชื้นให้ผิว แต่ต้องไม่ทำให้หน้ามันจนเกินไป
คือผิวที่มีน้ำมันออกมามากกว่าปกติ ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับ
ผิวมัน ที่จะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิว และไม่ทำให้ผิวหน้ามันจนเกินไป
ไม่เรียบที่เกิดจากรอยสิว ให้เลือกใช้ผลิตภัณฑ์รักษาสิวควบคู่
กับครีมกระชับรูขุมขน แล้วเพิ่มคลีนซิ่งในการทำความสะอาดใบหน้า
เพื่อให้ผิวหน้าสะอาดมากขึ้นและไม่ทำให้เกิดการอุดตันของสิว
ส่งผลให้ผิวหน้าเรียบเนียน
บริเวณจมูกและคาง ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์คลีนซิ่ง
ที่สามารถทำความสะอาดผิวได้อย่างล้ำลึก และไม่ทำให้ผิวแห้งตึง
เพิ่มการมาส์กหน้าหรือนวดหน้าเข้าไปด้วย เพื่อกระตุ้นให้สิวเสี้ยนหลุดออก
เกิดจากผิวแห้ง หรือผิวที่ตากแดดนานเกินไป
ควรเน้น
การมาส์กหน้าและนวดหน้าเป็นพิเศษ เพื่อเนื้อครีมจะได้ซึมซับเข้าสู่ผิวเร็วและล้ำลึกขึ้น
คือผิวที่ขาดความยืดหยุ่นและมีริ้วรอย แนะนำให้ใช้เอสเซนส์บำรุงผิวยามค่ำคืน และเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้าเป็นพิเศษ รวมทั้งควรมาส์กหน้าพร้อมนวดหน้าอาทิตย์ละ 2-3 ครั้ง เพื่อเป็นการผ่อนคลายผิว และช่วยให้เลือดลมไหลเวียนดี ส่งผลให้ผิวหน้าเนียนนุ่ม ชุ่มชื้น มีความยืดหยุ่น และเรียบเนียนกระชับมากขึ้น
สาว ๆ รู้วิธีดูแลผิวที่เหมาะกับแต่ละสภาพผิวกันไปแล้ว และไม่ว่าคุณจะมีผิวแบบไหน ในช่วงหน้าฝนอย่างนี้หากใช้เครื่องสำอางกันน้ำ ต้องล้างออกให้สะอาดหมดจดเสียก่อนที่จะบำรุงผิวนะคะ
ขอบคุณข้อมูลจาก เดลินิวส์ออนไลน์
ภาพจาก เว็บไซต์ พงศ์ศักดิ์ คลินิก