Bright Lives
Bright Lives > รถยนต์ iRecommend | หัวข้อสนทนา | ข้อมูลคำถามและคำตอบ
  หน้าหลัก
  รถยนต์
  ความงาม
  คอมพิวเตอร์ อินเตอร์เน็ท
  แฟชั่น
  บริการธุรกิจ
  กีฬา ฟิตเนส
  อาหาร เครื่องดื่ม
  สุขภาพ
  ดูดวงชะตา
  งานอดิเรก ไลฟ์สไตล์
  หาเพื่อน ความรัก
  สัตว์เลี้ยง

  88DB.com
  หัวข้อสนทนา Forum หัวข้อสนทนา
  ข้อมูลคำถามและคำตอบ Knowledge ข้อมูลคำถามและคำตอบ

Editorial:
ติดต่อลงเรื่องราว บริการของคุณผ่าน Bright Lives กรุณาส่งอีเมล์มาที่ editor@88db.co.th ทีมงานจะติดต่อกลับ ท่านอีกครั้ง

 
สารพันเทคนิค"การเบรก"
คำเกี่ยวข้องที่ใช้ค้นหา:   ขับรถ    รถยนตร์    เบรก    ปลอดภัย    ไฟเบรก    เอบีเอส    ล้อรถ

ดูเหมือนว่าการขับรถ กับการเบรกเป็นเรื่องง่าย แค่กดแป้นเบรก ทิ้งระยะห่างให้เหมาะสม แต่ในความเป็นจริง มีสารพันเทคนิค ที่เกี่ยวข้องกับการเบรกที่จะทำให้การขับรถปลอดภัยขึ้น
สารพันเทคนิค"การเบรก"

     ถ้ามีเวลาเหลือควรเหลือบตามองรถคันที่ตามมาด้วยว่า เขาน่าจะเบรกทัน หรือไม่ ถ้าดูเหมือนจะไม่ทัน เราก็เบรกเบานิดให้ชิดรถ คันหน้าอีกหน่อยก็ยังดี การถูกชนท้าย เราไม่ผิด แต่เสียเวลา และรถพัง การเบรก ถ้ากดแป้นเบรก แต่เนิ่นๆ ก็สามารถใช้ไฟเบรกเตือนผู้ขับรถคันตามมาได้ โดยแตะเบรกให้ ไฟเบรกสว่างขึ้น ถอนเท้าสักนิดให้ไฟเบรกดับ แล้วกดซ้ำ เพื่อให้ไฟเบรก กระพริบ เป็นการกระตุ้น เตือนการตรวจสอบไฟเบรกคนเดียว ทำได้โดยจอด ให้ท้ายรถชิดกำแพงตอนมืด กดแป้นเบรก แค่นี้ก็ตรวจว่า หลอดไฟเบรกขาด หรือไม่ ด้วยตัวเองได้แล้ว

การติดตั้งระบบเสริมให้ไฟเบรกกระพริบได้ เป็นเรื่องที่ไม่ควรทำ เพราะจะสร้าง ความสับสนขึ้นได้ ไฟเบรกไม่ได้สว่าง หรือกะพริบ ตามการกดแป้นเบรกจริงๆ ในคราวคับขันกับการเบรกที่ได้ระยะทางสั้นและปลอดภัย คือ เบรกจนล้อ เกือบล็อก (ถ้ามีเอบีเอส ก็ต้องเบรกจนเอบีเอสเกือบทำงาน) ทำได้โดยหัดทำ บนถนนกว้างๆ และไม่มีรถคันอื่นใกล้ๆ (เอบีเอส คือ ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก ดังนั้นในครั้งที่ เบรกแล้วล้อไม่ล็อก ก็ไม่เกี่ยวอะไรกัน)

     สารพันเทคนิค"การเบรก" ระบบจะทำงานเมื่อล้อเริ่มล็อก โดยจะคลายการจับของผ้าเบรก แล้วกดซ้ำ สลับกันถี่ๆ หลายครั้งต่อ 1 วินาที และจะมีการ สะท้อนถี่ๆ ที่แป้นเบรก พร้อมกับ อาจจะมีเสียงกึงกังถี่ๆ ตามการจับ-ปล่อย ให้ได้ยิน จึงไม่ต้องตกใจ หากเอบีเอส ทำงาน เอบีเอสไม่ได้ทำให้ รถเบรกดี หรือมีระยะเบรกสั้นลง เพราะประสิทธิภาพการเบรกตามปกติที่ล้อไม่ล็อก ต้องขึ้นอยู่กับ ระบบเบรกพื้นฐาน ไม่เกี่ยวกับ เอบีเอสเลย เอบีเอสจะช่วยเมื่อมีการเบรกกะทันหันหรือบนถนนลื่นเท่านั้น เพราะถ้าล้อล็อก ขณะที่รถยังไม่หยุดนิ่ง จะทำให้ไม่สามารถบังคับทิศทางด้วยพวงมาลัย รถจะไถลไปทางไหน ก็ต้องไป โอกาสชนย่อมสูงครับ ถ้าเอบีเอสได้ทำงาน ระยะเบรกอาจจะยาวขึ้นก็เป็นไปได้ ไม่ใช่มีแล้วเบรกจะดีหรือระยะสั้นลง

     เปรียบเทียบการทำงานของเอบีเอสแบบง่ายๆ ว่าคนกำลังวิ่ง หากจะหยุดเร็วๆ แบบฉับพลัน ถ้าไม่มีเอบีเอสแล้วพื้นแห้ง ก็เท่ากับหยุดซอยเท้าเกือบจะทันที พื้นรองเท้าก็ครูดกับพื้นไปไม่ไกล แต่ถ้าเป็นพื้นน้ำแข็งลื่นๆ การหยุดซอยเท้าในทันที ตัวจะยังพุ่งไป ทั้งที่เท้าหยุดลงแล้ว ก็จะลื่นไถลไปไกลแบบเคว้งคว้าง ถ้ามีเอบีเอส ก็จะเหมือนมีการค่อยๆ ชะลอการซอยเท้า สักพักแล้วจึงหยุดนิ่ง แม้จะหยุดบนน้ำแข็งก็จะไม่ปัดเป๋ แต่ถ้าจะหยุดพื้นเรียบและฝืด การชะลอการซอยเท้าให้ช้าลง ค่อยๆ ช้าลง อาจใช้ระยะมากกว่าการหยุดทันทีและปล่อยให้พื้นรองเท้าครูดไปสั้นๆ การขับรถที่มีเอบีเอสก็อย่าชะล่าใจ เพราะช่วยได้ในบาง สถานการณ์เท่านั้น การเบรกในสภาพถนนเมืองไทยกว่า 95% เอบีเอสไม่ได้ทำงาน

สารพันเทคนิค"การเบรก" แต่การที่มีเอบีเอส ย่อมดีกว่าไม่มี ถ้ามีโอกาสเลือกซื้อรถที่มี ก็ไม่ควรมองข้าม เพราะเอบีเอสไม่ได้ช่วยตอนเบรกแรงๆ เท่านั้น เบรกเกือบแรง แต่ถนนลื่น ล้อก็ล็อกและเอบีเอสก็ช่วยได้ ถนนที่ลื่น ไม่ได้เกิดจากฝนตกเท่านั้น ถ้ามีฝุ่นทรายมาก ถนนก็ลื่นได้ การป้องกันล้อล็อก ไม่ได้ช่วยเฉพาะถนนลื่นๆ ตลอดทั้งพื้นเท่านั้น

     แต่การลื่นเฉพาะล้อ ไม่ครบทั้ง 4 ล้อ หากมีการเบรกแรงสักหน่อย ล้อก็มีโอกาสล็อกเฉพาะในล้อที่ลื่น แล้วรถก็หมุน ! เช่น การลงไหล่ทางเฉพาะ 2 ล้อด้านซ้าย ถ้าไม่มีเอบีเอส แล้วกดเบรกแรงๆ รถจะปัดเป๋ เพราะล้อด้านซ้ายจะล็อกตัวหยุดหมุน เอบีเอส ช่วยให้ล้อไม่ล็อก และช่วยไม่ให้รถปัดเป๋ได้ แต่ระยะเบรกอาจยาวได้ในบางกรณี จึงควรเบรกพร้อมกับการหาทิศทางหักหลบ ถ้าจำเป็นต้องหลบ ถ้าต้องเบรกแบบหนักๆ สำหรับรถที่มีเอบีเอส ให้กดเบรกแช่ลงไปเลย เพราะการถอนเท้าเพื่อย้ำเบรกใหม่ เอบีเอสจะตัดการทำงานและกว่าจะกลับมาทำงานก็อีกหลายเสี้ยววินาที

     ถ้าไฟเตือนเอบีเอสไม่ยอมดับหลังการบิดกุญแจไว้ 3-5 วินาที หรือสว่างขึ้นขณะขับ แสดงว่าว่าเอบีเอสมีความบกพร่อง ให้ทดลองเบรกบนถนนว่างๆ ว่า น้ำหนักการกดแป้นเบรกและการเบรกยังปกติหรือไม่ ส่วนใหญ่แล้วการที่เอบีเอสบกพร่อง จะเป็นแค่ไม่มีการป้องกันล้อล็อก แต่ระบบเบรกพื้นฐานยังใช้งานได้ เป็นเสมือนเป็นรถที่ไม่มีเอบีเอส แต่ยังมีเบรก สามารถขับต่อไป ได้ด้วยความระมัดระวัง และนำรถไปซ่อมเอบีเอสต่อไป

สารพันเทคนิค"การเบรก"

การมองไปข้างหน้ากับการเบรกเกี่ยวข้องกัน ยิ่งขับเร็วยิ่งต้องมองไปข้างหน้าในจุดที่ไกลขึ้น เพราะระยะเบรก จะยาวขึ้น ไม่ใช่เพราะความเร็วที่มากจะทำให้เบรกต้องทำงานหนักขึ้น แต่เป็นเพราะแต่ละเสี้ยววินาทีที่ผ่านไป รถได้ผ่านระยะทางมากขึ้นเรื่อย เราใช้หน่วยการวัดที่คุ้นเคยเป็นกิโลเมตร/ชั่วโมง จึงไม่ค่อยรู้ว่าความเร็ว ที่ใช้นั้นเร็วขนาดไหน เพราะชั่วโมงดูแล้วนานต้องเทียบเป็นวินาที

เปรียบเทียบเป็นหน่วยเมตร/วินาที จะชัดเจนกว่า ที่ความเร็ว 100 กม./ชม. เท่ากับ 28 เมตร/ 1 วินาที ถ้านึกว่า 28 เมตรไกลแค่ไหนไม่ออก นึกถึงสนามฟุตบอลตามยาว จากเสาประตูหนึ่งไปยังอีกฟาก เท่ากับ 100 เมตร 100 กม./ชม. = 28 เมตร/วินาที 1 สนามฟุตบอลตามยาว ใช้เวลารถแล่นผ่าน 3 วินาทีกว่าๆ เท่านั้นที่ความเร็ว 150 กม./ชม. = 42 เมตร/วินาที 1 สนามฟุตบอลตามยาว ใช้เวลารถแล่นผ่านเกือบๆ 2.5 วินาทีเท่านั้นที่ความเร็ว 200 กม./ชม. = 56 เมตร/วินาที 1 สนามฟุตบอลตามยาว ใช้เวลารถแล่นผ่านเกือบๆ 2 วินาทีเท่านั้นระยะทาง / วินาทีที่รถแล่นได้ นอกจากจะโยงไปถึงเรื่องการเบรก ยังอยากจะบอกว่าเวลาขับรถเร็วนั้นๆ และอันตรายขนาดไหน ถ้า 150 กม./ชม. ใช้เวลา 1 วินาทีกับระยะทาง 42 เมตร

สมมุติว่าเราเห็นสิ่งกีดขวางแล้วต้องเบรก หากการตอบสนองของสมองและเท้าขวา ต้องใช้เวลากว่าจะเริ่มกดแป้น เบรกครึ่งวินาที ก็เท่ากับว่ารถแล่นไปอีก 21 เมตรแล้ว ทั้งที่เบรกยังไม่ได้ทำงาน นี่ยังไม่นับว่าผ้าเบรกจะใช้เวลา และระยะทางอีกกี่วินาทีในการหยุด สมมุติต้องใช้ระยะเบรกอีก 30 เมตร ก็รวมเป็น 51 เมตรตั้งแต่ตาเริ่มเห็น

ดังนั้นยิ่งขับเร็วยิ่งต้องมองไกล นั่นก็เป็นที่มาของการมองทะลุกระจกรถคันหน้าด้วย เพราะจะได้ประเมินสถานการณ์ได้ล่วงหน้า การกดแป้นเบรกนับตั้งแต่เริ่มมองเห็น คนส่วนใหญ่ใช้เวลาประมาณ 0.3-0.5 วินาที

      สารพันเทคนิค"การเบรก" รถที่ไม่มีเอบีเอส กับการเบรกบนถนนลื่น หรือเบรกกะทันหัน ก็ต้องเบรกไม่แรงจนล้อล็อก ไม่ใช่เรื่องง่ายนัก แต่ถ้าทำได้ ก็จะดี คือ ตั้งสติ เบรกลงไป ถ้าล้อล็อกก็ให้ถอนแป้นเบรกแล้วกดซ้ำๆ หรือเรียกว่าย้ำเบรก ซึ่งยังไงก็ไม่มีความถี่เท่ากับเอบีเอส ที่ใช้อิเล็กทรอนิกส์ควบคุม แต่ก็ยังดีกว่าตะลึงแล้วกดเบรกแช่ เพราะอย่างนั้นล้อจะล็อกหรือรถอาจปัดเป๋ ถ้าว่างก็หาถนนโล่งกว้าง กดเบรกแล้วดูว่ารถที่ขับนั้นกดเบรกแรงแค่ไหนล้อถึงจะเริ่มล็อก ทำซ้ำๆ จนจำแรงกดได้ นั่น คือการเบรกที่ดี การเบรกเพื่อ ลดความเร็ว คำแนะนำการเบรกที่ง่ายและถูกต้อง แต่อาจจะขัดกับความรู้และการปฏิบัติดั้งเดิมของหลายคน ว่าการเบรกที่ดี ต้องเชนจ์เกียร์ แต่ปฏิบัติง่าย คือ เบรกเพียงอย่างเดียว ไม่ต้องยุ่งกับการลดเกียร์ต่ำ หรือพูดแสลงว่า ไม่ต้องเชนจ์เกียร์ช่วย เพราะระบบเบรกก็ทำงานได้เพียงพออยู่แล้ว

สารพันเทคนิค"การเบรก"

     ในหลักการขับรถอย่างปลอดภัยในต่างประเทศแห่งหนึ่ง บอกว่า BRAKE TO SLOW / GEAR TO GO แปลตรงตัว เบรกเพื่อให้ช้า จะไปต่อก็ด้วยเกียร์ที่เหมาะสม การลดเกียร์ต่ำเพื่อใช้เอนจิ้นเบรก หรือใช้เครื่องยนต์ช่วงหน่วง บนทางเรียบ มีประโยชน์น้อยมากและไม่จำเป็นต้องทำ เพราะจะทำให้เสียสมาธิการกดเบรก ระบบเกียร์ และเครื่องยนต์สึกหรอมากขึ้น แต่ช่วยในการเบรกได้นิดเดียว สามารถทดลองทำดูว่า ถ้าขับรถอยู่ที่เกียร์สูงแล้ว ลดเกียร์ต่ำลงอย่างเดียว รถจะถูกหน่วงความเร็วลงน้อยมาก เมื่อเปรียบเทียบกับการกดเบรกอย่างเดียว ที่ทำให้แทบ จะหยุดกึ๊กเลย การเบรกพร้อมกับการเชนจ์เกียร์ช่วยเบรก

     นอกจากแทบจะเปล่าประโยชน์ตามที่บอกไว้ข้างต้นแล้ว ยังทำให้รถมีการถ่ายน้ำหนักหน้า-หลังไป-มา แบบกระดกไป กระดกมาอีกด้วย เบรก มีไว้เพื่อหยุดหรือชะลอ โดยไม่ต้องใช้เกียร์ช่วย ในรถเกียร์ธรรมดา หากจะลดเกียร์ต่ำ ก็เพื่อเตรียมปล่อยคลัตช์เมื่อเลิกเบรกแล้วจะเร่งต่อแล้ว ไม่ใช้การลดเกียร์เพื่อช่วยเบรกในการขับปกติ สารพันเทคนิค"การเบรก"

     การเบรกเพื่อจอด ไม่ต้องยุ่งกับเกียร์เลยครับ ก่อนจอดค้างอยู่เกียร์ไหนก็เกียร์นั้น ในรถเกียร์ธรรมดา แนะนำให้เบรก โดยไม่ต้องยุ่ง กับการเชนจ์เกียร์และไม่ต้องแตะคลัตช์ เมื่อรถเกือบหยุดสนิทแล้วค่อยเริ่มเหยียบคลัตช์ลงไปและเหยียบให้สุด เมื่อหยุดแล้ว ค่อยปลดเป็นเกียร์ว่าง นอกจากการเชนจ์เกียร์ต่ำจะไม่ค่อยได้ประโยชน์แล้ว การเหยียบคลัตช์ลงไปพร้อมๆ กับการเบรก ก็เป็นเสมือนการปลดเกียร์ว่างแล้วเบรก ซึ่งจะทำให้รถไม่มีแรงหน่วงจากเครื่องยนต์ เหยียบเบรกเพื่อจอด ก็เบรกอย่างเดียว เมื่อจะจอดสนิทก็ค่อยเหยียบคลัตช์

     ส่วนรถเกียร์อัตโนมัติกับการเบรกเพื่อจอดก็คล้ายกัน เบรกอย่างเดียวไม่ต้องยุ่งกับการลดเกียร์ใดๆ และก็ไม่ควรปลดเป็น เกียร์ว่าง เพราะนอกจากรถจะมีแรงเฉื่อยมากขึ้นแล้ว ยังไม่เป็นผลดีต่อเกียร์ หากรถยังไม่หยุดสนิทแล้วต้องผลักกลับมาที่เกียร์ D-เดินหน้า ชุดคลัตช์ในเกียร์จะทำงานหนักกว่าการออกตัวจากจุดหยุดนิ่ง การเบรกพร้อมกับการเปลี่ยนเลน หรือเปลี่ยนเลนเสร็จแล้ว เบรกทันที อันตรายต่อท้ายรถของคุณ

++ เทคนิคการเบรกอย่างปลอดภัย ไม่ยุ่งยากถ้าเรียนรู้และทำความเข้าใจ ++


ขอบคุณ ผู้จัดการออนไลน์



บริการด้านรถยนต์ทั้งหมด .. คลิกที่นี่
 
  • ข้อควรรู้ของสาวๆ ในการใช้รถหน้าฝน
  • 12 วิธีการประหยัดน้ำมันแบบง่าย ๆ
  • 11 วิธีขับขี่ปลอดภัย
  • เลือกใช้ยางให้เหมาะสมกับรถ
  • มาดูแลรถ...ลดโลกร้อนกันเถอะ
  • วิธีการป้องกันการโจรกรรมรถยนต์
  •  
    iRecommend | หัวข้อสนทนา | ข้อมูลคำถามและคำตอบ

    ฝ่ายบริการลูกค้า 88DB :(02) 612 8888 / CS@88DB.co.th
    หน้าหลัก88DB | ค้นหาหมวดหมู่ | เพิ่มโฆษณาฟรี |คำถามที่พบบ่อย | เกี่ยวกับ 88DB | ติดต่อเรา | แผนผังเว็บไซต์88DB | นโยบายความเป็นส่วนตัว | ข้อตกลงและเงื่อนไข
    88DB อินเตอร์เนชั่นแนล: จีน | ฮ่องกง | อินโดนีเซีย | มาเลเซีย | ฟิลิปปินส์ | สิงคโปร์ | ประเทศไทย
    COPYRIGHT© 1998-2007, Jobs DB Inc. ALL RIGHTS RESERVED.
    Bright Lives